การจัดทำผลิตภัณฑ์จังหวัด 

02-940-7038

ยุทธศาสตร์ที่ 1 ปี 2561

เขียนโดย กองนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตร

สรุป

การจัดทำผลิตภัณฑ์จังหวัด (GPP)

1. การคำนวณผลิตภัณฑ์จังหวัดแบบราคาปีฐานคงที่ (Fixed-weightedVolumeMeasure)

เป็นการคำนวณโดยใช้ราคาอ้างอิงปีเดียว นั่นคือ กำหนดให้ราคาสินค้าและบริการในแต่ละปี
มีค่าเท่ากับปีที่เป็นปีฐาน ดังนั้น ปีฐานที่ใช้ในการอ้างอิงจึงมีความสำคัญมาก เนื่องจากการคำนวณเป็นการวัดการขยายตัวเชิงปริมาณ โดยให้โครงสร้างความสัมพันธ์ของราคาสินค้าและบริการไม่เปลี่ยนแปลงไปจากปีฐาน มีวิธีการคำนวณ 3 วิธี คือ

1) BaseYearValuationofQuantities เป็นการคำนวณมูลค่าราคาคงที่ โดยใช้ปริมาณสินค้า
ในปีใด ๆ คูณด้วยราคาสินค้าชนิดนั้นในปีฐาน

2) PriceDeflation เป็นการปรับค่าของมูลค่าราคาประจำปีด้วยดัชนีราคาของสินค้าและบริการ
ที่เกี่ยวข้องให้เป็นมูลค่าราคาคงที่ในปีฐาน

3) VolumeExtrapolation เป็นการประมาณมูลค่าราคาคงที่ในแต่ละปี โดยใช้มูลค่าในปีฐาน
คูณด้วยดัชนีปริมาณที่เกี่ยวข้องแต่ละปี

2. การคำนวณผลิตภัณฑ์จังหวัดแบบปริมาณลูกโซ่ (Chain VolumeMeasures: CVM)

เป็นการวัดการเปลี่ยนแปลงเชิงปริมาณของการผลิต ณ ราคาคงที่ ในปีติดกันแทนการวัดในราคาปีฐานที่อยู่ห่างกัน เช่น คำนวณมูลค่าการผลิตของปี 2535โดยใช้ปริมาณสินค้าในปี 2535 คูณด้วยราคาในปี 2534 แล้วเทียบกับมูลค่าการผลิตของปี 2534 จากนั้นเชื่อมอัตราการขยายตัวแต่ละคู่ให้เป็นอนุกรมระยะยาว ซึ่งการคำนวณวิธีนี้จะทำให้โครงสร้างราคาสินค้าและบริการมีความเป็นปัจจุบันมากกว่าวิธีการคำนวณแบบราคาปีฐานคงที่

ขั้นตอนการคำนวณผลิตภัณฑ์จังหวัดแบบปริมาณลูกโซ่ สรุปได้ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 คำนวณหามูลค่า ณ ราคาปีที่แล้ว (Value atPreviousYear Prices: PYP) โดยใช้ปริมาณปีนี้คูณด้วยราคาปีที่แล้ว สูตรคือ

PYPt  =  Q t X P t-1

โดยที่  Q คือ ปริมาณของสินค้าและบริการ

        P คือ ราคาของสินค้าและบริการ

        t คือ ปีปัจจุบัน

        t-1 คือ ปีที่แล้ว

ขั้นตอนที่ 2 คำนวณหามูลค่าในปีที่แล้ว (ValueatPreviousYear: PV) โดยใช้ปริมาณปีที่แล้วคูณด้วยราคาปีนั้น หรือมูลค่า ณ ราคาประจำปีในปีที่แล้ว สูตรคือ

PV t-1  =  Q t-1 X P t-1

 

ขั้นตอนที่ 3 คำนวณหาดัชนีปริมาณโดยตรง (DirectIndex:DI) หรือขั้นตอนที่ 1 หารด้วยขั้นตอนที่ 2 สูตรคือ

DIt  =  PYP t  =  Q t X P t-1

PV t       Q t-1 X P t-1

 

ขั้นตอนที่ 4 คำนวณหาดัชนีปริมาณลูกโซ่ (ChainIndex:CI) หรือ ChainLinking โดยเชื่อมโยงดัชนีปริมาณโดยตรงขั้นตอนที่ 3 ในแต่ละปีเข้าด้วยกัน โดยให้ปีอ้างอิงเท่ากับ 100 เช่น สมมติให้ปีที่ 1 หรือ
ปีแรกของอนุกรมเป็นปีอ้างอิง ซึ่งจะคำนวณหาดัชนีปริมาณลูกโซ่ปีที่ 5 ได้โดย

CI5,1=  DI5,4 X DI4,3 X DI3,2 X DI2,1

 

ขั้นตอนที่ 5 คำนวณหาปริมาณลูกโซ่ (ChainVolumeMeasures:CVM) โดยมูลค่าCVM ในปีอ้างอิงจะเท่ากับมูลค่า ณ ราคาประจำปีในปีอ้างอิงนั้น และทำการเชื่อมโยงปีอื่นด้วยดัชนีปริมาณในขั้นตอนที่ 4

3. แนวทางการจัดทำผลิตภัณฑ์จังหวัดแบบปริมาณลูกโซ่ แบบบนลงล่าง

การจัดทำผลิตภัณฑ์จังหวัดณ ราคาคงที่ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เริ่มจัดทำในราคาปี 2515 และเปลี่ยนปีฐานเป็นปี 2531 ต่อมาในปี 2555 มีการเปลี่ยนวิธีการคำนวณมูลค่าที่แท้จริงของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศจากวิธีปีฐานคงที่เป็นวิธีปริมาณลูกโซ่ ดังนั้น เพื่อให้ผลิตภัณฑ์จังหวัดมีความสอดคล้องกับผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศสศช. จึงได้ปรับปรุงการจัดทำผลิตภัณฑ์จังหวัดเป็นแบบปริมาณลูกโซ่ ด้วยวิธีแบบบนลงล่าง (Top Down Approach) โดยมีขั้นตอนดังนี้

1) ปรับปรุงคุ้มรวม (Coverage) ที่จะนำมากระจายเป็นรายจังหวัด โดยเพิ่มเติมกิจกรรมทางเศรษฐกิจใหม่ให้สอดคล้องกับการจำแนกในการคำนวณผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ รวมทั้งปรับปรุงการใช้แหล่งข้อมูลเครื่องชี้ (Indicator) ให้สอดคล้องกับรายการกิจกรรมดังกล่าว

2) กระจายค่ามูลค่าเพิ่ม ณ ราคาประจำปี (ValueAddedatCurrentYearPrices:CYP)
ของแต่ละกิจกรรมในระดับประเทศออกเป็นรายจังหวัด (CYPi,j,t) ด้วยข้อมูลเครื่องชี้ที่เกี่ยวข้อง

3) หาดัชนีราคาของแต่ละกิจกรรมการผลิต แต่เนื่องจากข้อจำกัดด้านข้อมูลของดัชนีราคารายจังหวัด จึงต้องใช้ดัชนีราคา (ImplicitPriceDeflator:IPD) ระดับประเทศ โดยดัชนีราคาของกิจกรรมใดๆเท่ากับมูลค่าเพิ่มระดับประเทศ ณ ราคาประจำปี หารด้วยมูลค่าเพิ่มระดับประเทศ ณ ราคาปีที่แล้ว (ValueAddedatPreviousYearPrices:PYP) ของกิจกรรมนั้น ๆ คือ

IPDi,t  =  (CYPi,t / PYPi,t) X 100

 

โดยที่  i คือ กิจกรรมการผลิตที่...

        t คือ ปี 2538 ถึง 2553

4) คำนวณมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาปีที่แล้ว (PYPi,j,t) เป็นรายจังหวัด โดยใช้มูลค่าเพิ่ม ณ ราคาประจำปี (CYPi,j,t) หารด้วยดัชนีราคาของแต่ละกิจกรรมการผลิต คือ

PYPi,j,t  =CYPi,j,t / IPDi,t

โดยที่  j คือ จังหวัด 1 ถึง 76

 

5) คำนวณหาดัชนีปริมาณโดยตรง (Direct Index:DI) โดยคำนวณจาก

DIi,j,t  =PYPi,j,t / CYP i,j,t-1

 

6) คำนวณหาดัชนีปริมาณลูกโซ่ (ChainIndex:CI) หรือ ChainLinking โดยเชื่อมโยงดัชนีปริมาณโดยตรง (ขั้นตอนที่ 5) แต่ละปีเข้าด้วยกัน โดยให้ปี พ.ศ.2545 เป็นปีอ้างอิงและมีค่าเท่ากับ 100

 

7) คำนวณหาปริมาณลูกโซ่ (ChainVolumeMeasures:CVM) และทำการเชื่อมโยงปีอื่นด้วยดัชนีปริมาณลูกโซ่ (ขั้นตอนที่ 6)

อย่างไรก็ตาม การคำนวณด้วยวิธีปริมาณลูกโซ่ยังคงมีคุณลักษณะ Non-Additiveทำให้มูลค่า CVM ในระดับยอดรวมไม่สามารถใช้ผลรวมของค่า CVM ในระดับย่อยมารวมกันได้ เช่น ไม่สามารถนำมูลค่า CVM ของสาขาเกษตรกรรมมารวมกับมูลค่า CVM ของสาขาประมง เป็นมูลค่า CVM ของภาคเกษตรได้นั่นคือ มูลค่า CVM ของภาคเกษตร จะต้องมาจากการคำนวณ CYP และ PYP ของภาคเกษตรโดยตรง

 

4. ประโยชน์ของผลิตภัณฑ์จังหวัด

1) ใช้รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจของจังหวัดและเป็นข้อมูลสำหรับเตือนภัย

2) ใช้เป็นเครื่องมือในการเปรียบเทียบภาวะเศรษฐกิจ ระดับการพัฒนา และรายได้ระหว่างจังหวัด

3) ใช้ในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์หรือแผนพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัด

4) ใช้เป็นเครื่องมือในการวางแผน วิเคราะห์โครงการ กำหนดนโยบาย และมาตรการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจของภาครัฐ

5) ใช้ในการติดตามประเมินผลการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัด

6) ใช้ในการวางแผนการผลิตและการตลาดของภาคเอกชน

7) ใช้ในการศึกษาวิจัยของภาครัฐ ภาคเอกชน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป

 

การจัดทำผลิตภัณฑ์จังหวัด (GPP).pdf

2019 การจัดการองค์ความรู้. All Rights Reserved.